gnuh.net

CR7 โรนัลโด้ แผลงฤทธิ์ซัดแฮตทริก  ผีแดงดับไก่เดือยทอง แซงยึดTop 4

 

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โรนัลโด้ แผลงฤทธิ์ร้อนแรงหลังเกมเปิดบ้านอัด “ไก่เดือยทอง” 3-2 ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดกองหน้าชาวโปรตุกีสของ   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นบัลลังก์เป็นแข้งที่ยิงประตูมากสุดตลอดกาลเรียบร้อย หลังรัวคนเดียวซัด3ตุงใส่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา  แต่ทีมผีแดง เหนื่อยไม่น้อยแต่ก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังหลังเปิดบ้านอัด “ไก่เดือยทอง” 3-2 จากผลงานของ CR7 โรนัลโด้ ระเบิด แฮตทริก พาทีมเฮในลีกรอบ 3 นัดเก็บเพิ่มเป็น 50 คะแนนแซง อาร์เซน่อล ขึ้นอันดับ 4 แต่แข่งมากกว่า 4 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

กุนซือ ผีแดง ราล์ฟ รังนิก พาทีมเกาะอยู่อันดับ 5 ตามหลัง อาร์เซน่อล 1 แต้มแต่แข่งมากกว่า 3 นัดเลยฟอร์มล่าสุดออกไปแพ้ ทีมเรือใบสีฟ้า เละเทะ 1-4 ส่วนทาง อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีม ออกไปแพ้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ช่วงต่อเวลาร่วง เอฟเอ คัพ แต่ล่าสุดในลีกเปิดบ้านถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไป 5-0 รั้งที่ 7 ของตาราง

เกมเปิดฉากครึ่งแรก 9 นาที  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   พลาดได้จุดโทษจากจังหวะทางซ้าย เจดอน ซานโช่ พาบอลแหวกขึ้นมาผ่านบอลเข้าเขตโทษให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตวัดตามน้ำไปติดมือ เอริก ดายเออร์ ผู้ตัดสิน ปล่อยเกมดำเนินต่อแถมไม่มีสัญญาณจากห้อง วีเออาร์

ในนาทีที่ 13 ปิศาจแดง ทะยานออกนำ 1-0 เป็นการประสานงานสุดสวย เฟร็ด ดีดเร็วชิ่งให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตั้งป้อมเตะตะบันด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งส่ายผ่านมือ นายประตู อูโก้ โยริส โค้งเสียบเสาไกลงามแบบสุดสวย

3 นาทีต่อมา เจ้าบ้านปิศาจแดง ได้ใจเร่งเครื่องต่อเนื่อง เฟร็ด ขยับมาเชื่อมบอลชิ่งให้ ปอล ป็อกบา พลิกหนี โรดริโก้ เบนตานกูร์ เอียงได้ช่องปั่นด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลากระดอนพื้นถากเสาไกลออกไปนิดเดียว

1นาทีต่อมา “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้เสียวบ้าง เนมานย่า มาติช ประมาทเสียบอลหน้าประตูโดน ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก ขยันตามมาฉกบอลก้มหน้าอัดด้วยขวาโชคไม่ดีบดเบาไปตรงตัว นายประตู ดาบิด เด เคอา

20 นาทีต่อมา เกมเปิดฉากแลกกันสนุกคราวนี้เป็น ซน ฮึง-มิน ดีดบอลชิ่งเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายถึง เบน เดวิส สอดมาล่อเป้า ดาบิด เด เคอา ยิงอัดเสาแรกตุงตาข่ายเสียดายโดน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน จับล้ำหน้า

และ เข้ามาถึงนาทีที่ 26 จากลูกเตะมุมทางซ้าย ซน ฮึง-มิน ปั่นบอลโค้งมาเสาแรกถึง โรดริโก้ เบนตานกูร์ โฉบมาโขกเปลี่ยนทางย้อยไปเสาไกลให้ เอริก ดายเออร์ โขกซ้ำเต็มหัวติด ดีโอโก้ ดาโลต์ ยืนคุมเส้นสกัดออกมาได้ทัน

มาถึงนาทีที่ 34 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  มาตามตีเสมอ 1-1 เดยัน คูลูเซฟสกี้ พาบอลแหวกขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษไปติดมือ อเล็กซ์ เตลลิส ผู้ตัดสิน ชี้เป็นจุดโทษทันทีก่อนรอยืนยันจาก วีเออาร์ และเป็น แฮร์รี่ เคน สังหารเข้าไปไม่พลาด

4 นาทีต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   ออกนำอีกครั้ง 2-1 จากบอลกลางสนามของ เนมานย่า มาติช ยกบอลออกขวาให้ เจดอน ซานโช่ หลุดกับดักล้ำหน้าแลบเข้าเขตโทษก่อนถวายพานเข้าในถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตามมาชาร์จเข้าไปไม่พลาด โจนาธาน มอสส์ รอเช็ค วีเออาร์ ยืนยันให้เป็นประตู

ช่วงทดเจ็บทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   มาได้เสียวส่งท้ายจากบอลทางซ้ายของ เจดอน ซานโช่ ขยับจี้หาเขตโทษโยกตัดเข้าในปั่นด้วยขวาหนีบล็อค แมตต์ โดเฮอร์ตี้ บอลกระดอนพื้นไปตรงตัว อูโก้ โยริส

  หมดเวลาครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 สเปอร์ส 1

60 นาทีผ่านไป เป็นทีมเยือน ครองบอลบุกมากกว่าแต่ยังมีปัญหาในจังหวะจบทำประตู ส่วนทาง ปิศาจแดง รับลึกรอโต้กลับหวิดทำสำเร็จ เจดอน ซานโช่ หลุดขึ้นมาทางซ้ายโยนบอลย้อยไปเสาไกลเกือบถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด
แต่ต้องชม เซร์คิโอ เรกีล่อน ตามมาโขกสกัดทิ้งนิดเดียว

มาถึงนาทีที่ 66 ปิศาจแดง ดักสวนอีกครั้ง เฟร็ด พาบอลหนีแหวกขึ้นมาผ่านบอลออกขวาให้ เจดอน ซานโช่ ไหลตามช่องถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดเข้าเขตโทษก่อนตะบันยัดมุมแคบติดเซฟ อูโก้ โยริส

ในนาทีที่ 72 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  มาตามตีเสมอ 2-2 คริสเตียน โรเมโร่ ขยับเติมเกมสูงฝากบอลต่อให้ ซน ฮึง-มิน ดึงจังหวะป้ายออกซ้ายถึง เซร์คิโอ เรกีล่อน มาตบเข้าเขตโทษไปติด แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เหยีดดขาสกัดไม่ดีปลิ้นเข้าประตูตัวเอง

ในนาทีที่ 77 จากจังหวะประสานงานสุดสวยทางขวา CR7 โรนัลโด้ แปะให้ เจดอน ซานโช่ ก่อนสอดมารับคืนในเขตโทษดีดเร็วด้วยขวาบอลติดไซค์ก้อยหวิดเสียบโคนเสาติดเซฟนายประตู อูโก้ โยริส ผวาตบทิ้งนิดเดียว

มาถึงนาทีที่ 82 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูชัยแซงขึ้นนำ 3-2 จากลูกเตะมุมทางขวา อเล็กซ์ เตลลิส ปั่นบอลโค้งมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ CR7 โรนัลโด้  สลัดหนี แมตต์ โดเฮอร์ตี้ โขกบอลเสียบเสาแรกสุดเหนือชั้นหลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  3 สเปอร์ส 2

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

   แมนฯ ยูไนเต็ด ระบบ 4-2-3-1 : ดาบิด เด เคอา – ดีโอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อเล็กซ์ เตลลิส – เนมานย่า มาติช (เอดินสัน คาวานี่ น.80), เฟร็ด – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แอนโธนี่ อีลังก้า น.68), ปอล ป็อกบา, เจดอน ซานโช่ – คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ น.83)

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ รังนิก

สเปอร์ส ระบบ 3-4-2-1 : อูโก้ โยริส – คริสเตียน โรเมโร่, เอริก ดายเออร์, เบน เดวิส (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.87) – แมตต์ โดเฮอร์ตี้, โรดริโก้ เบนตานกูร์ (แฮร์รี่ วิงค์ส น.88), ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, เซร์คิโอ เรกีล่อน – เดยัน คูลูเซฟสกี้ (ลูคัส มูร่า น.78), ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน

ผู้จัดการทีม : อันโตนิโอ คอนเต้

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์